วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562

การใช้งาน Cyclic Symmetry

ในบทความ "เพิ่มความเร็วในการวิเคราะห์ด้วยคำสั่ง Symmetry" ได้พูดถึงเทคนิคการวิเคราะห์ชิ้นงานที่มีความสมมาตรกัน  โดยในโปรแกรม SolidWorks Simulation สามารถวิเคราะห์งาน Symmetry ได้ 2 รูปแบบคือ Symmetry แบบ1/2หรือ1/4  และอีกแบบคือ Cyclic Symmetry ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึง Cyclic Symmetry ว่าจะใช้ในกรณีใด  และมีวิธีการใช้งานอย่างไร

สำหรับ Cyclic Symmetry จะใช้สำหรับงานที่มีรูปแบบ(Pattern) ซ้ำๆรอบแกนกลาง เช่น ใบพัด  กังหัน  มอเตอร์ ฯลฯ ซึ่งงานลักษณะนี้จะสามารถวิเคราะห์เพียงเสี้ยวหนึ่งแล้วใช้คำสั่ง Cyclic Symmetry เพื่อวิเคราะห์เสมือนว่าเราได้คำนวณชิ้นงานทั้งชิ้นจริงๆ

การใช้งาน Cyclic Symmetry จะต้องเตรียมชิ้นงานให้เป็นเสี้ยว  โดยที่
- เสี้ยวชิ้นงานนั้น  ถ้านำมาทำ Pattern จะต้องเป็นจำนวนชิ้นงานเต็มๆ (ชิ้นงานไม่ทับซ้อนหรือไม่ห่างกัน)
- รอยตัดไม่จำเป็นต้องเป็นระนาบ  จะตัดเป็นมุมหรือส่วนโค้งก็ได้  แต่ถ้านำมาทำ Pattern แล้วจะต้องพอดีกันเหมือนกับข้อแรก
- สร้าง Axis เพื่อเป็นแกนกลางของชิ้นงานที่ต้องการทำ Cyclic Symmetry

วิธีการใช้งาน
- คลิกขวาที่ Fixture >> เลือก Advance Fixture
- เลือก Cyclic Symmetry
- เลือกผิวที่ถูกตัดแต่ละข้าง  โดยข้างหนึ่งให้ใส่ที่กล่อง 1  และอีกข้างใส่ที่กล่อง 2
- เลือกแกนกลาง >> เลือก OK
เมื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์เสร็จแล้ว  และต้องการแสดงผลลัพธ์เป็นชิ้นงานตัวเต็ม  สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
- คลิกขวาที่ผลลัพธ์ที่ต้องการแสดง  สำหรับตัวอย่างในภาพจะคลิกขวาที่ Displacement >> เลือก Edit Definition
- ในหัวข้อ Advance >> ติ๊กถูกที่ Display symmetric result
- เลือก OK
ด้วยวิธีข้างต้นจะทำให้การวิเคราะห์งานของเราเร็วมากขึ้นและยังสามารถแสดงผลลัพธ์แบบชิ้นงานเต็มเพื่อให้นำเสนอได้ง่ายด้วย

**ที่มาของไฟล์งานตัวอย่าง : https://grabcad.com/library/compliant-iris-1**

สำหรับคนที่สนใจศึกษาวิธีการใช้โปรแกรม SolidWorks Simulation ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูงสามารถซื้อแผ่นสอน SolidWorks Simulation ไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้  ซึ่งแผ่นสอนที่ทาง Simulation Advise จัดจำหน่ายมีอยู่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเรื่องที่สนใจได้

รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การแสดงภาพชิ้นงานที่ไม่ได้วิเคราะห์ (Exclude from Analysis)

ในการวิเคราะห์งาน Simulation สิ่งที่เราพยายามทำเป็นอันดับแรกคือลดชิ้นงานที่ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ออก  เพราะจะทำให้ลดจำนวนก้อน Mesh ที่ต้องวิเคราะห์ลงและทำให้คำนวณผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น  แต่ก็ีหลายๆครั้งที่พอทำเช่นนี้แล้ว  เวลานำผลลัพธ์ไปนำเสนอกลับทำให้ผู้รับฟังไม่ค่อยเข้าใจว่าชิ้นงานนี้คือชิ้นงานอะไร,  อยู่ตรงส่วนไหนของงานประกอบ,  แล้วทำไมเราถึงต้องใส่แรงหรือใส่จุดจับยึดแบบนั้น เป็นต้น  ดังนั้นในบทความนี้จะพูดถึงเทคนิกการแสดงชิ้นงานที่ไม่ได้วิเคราะห์พร้อมๆกับแสดงเฉดสีบนชิ้นงานที่วิเคราะห์ไปพร้อมกัน

วิธีแสดงชิ้นงานที่ไม่ได้วิเคราะห์พร้อมผลลัพธ์ Simulation มี 2 วิธี

1. วิธี Show Exclude Body

           ปกติแล้วชิ้นงานที่เลือก Exclude from Analysis จะถูกซ่อนในหน้าต่าง Simulation แต่เมื่อกลับไปที่หน้าต่างเขียน CAD ชิ้นงานที่ถูกซ่อนจะกลับมาเหมือนเดิม  ดังนั้นการจะให้ชิ้นงานที่ถูก Exclude แสดงออกมาจะต้องกำหนดค่าดังต่อไปนี้
- ไปที่เมนู Simulation >> Options
- เอาติ๊กถูกออกที่ Hide excluded bodies and show study material appearances >> เลือก OK  การทำขั้นตอนนี้จะทำให้ชิ้นงานที่เลือก Exclude body ออกไปยังแสดงภาพของชิ้นงานในหน้าต่าง Simulation อยู่
- จากนั้นไปคลิกขวาที่ผลลัพธ์ที่ต้องการแสดงชิ้นงานที่ Exclude ออกไป เช่น คลิกขวาที่ Stress >> เลือก Setting
- ติ๊กถูกที่ Show excluded bodies จะทำให้ชิ้นงานที่ไม่ได้วิเคราะห์ถูกแสดงขึ้นมา  นอกจากนี้เราสามารถเลือกสีของชิ้นงานที่ Exclude ออกไป  และปรับความโปร่งใสของชิ้นงานได้

2. วิธีแสดง Simulation Display (ใช้ได้ใน SolidWorks Simulation 2017 ขึ้นไป)

          ใน SolidWorks เวอร์ชั่น 2017 ได้เพิ่มฟังชั่นใหม่ที่สามารถแสดงสีของงานวิเคราะห์ในหน้าต่างของการเขียน CAD ได้  ทำให้เราสามารถแสดงผลลัพธ์ของ Simulation พร้อมกับแสดง RealView,  Shadow, Ambient  ฯลฯ ได้  ซึ่งทำให้เราสามารถทำภาพเสมือนจริงคู่กับภาพของ Simulation เพื่อใช้ในการนำเสนอหรือการทำการตลาดได้  สำหรับวิธีใช้งานสามารถทำได้ดังต่อไปนี้
- ในแถบเครื่องมือด้านบน Graphic View เลือก View Setting >> เลือก Simulation Display
- เราสามารถเลือกผลลัพธ์ที่ต้องการแสดง  และเลือกปรับค่าการสะท้อนแสงหรือค่าความสว่างได้

          ด้วยเทคนิคข้างต้นจะทำให้การนำเสนอผลลัพธ์เข้าใจได้ง่ายและมีรูปที่สวยมากขึ้น

รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การเปลี่ยนตัวเลขบนแถบสีใน SolidWorks Simulation

การแสดงผลลัพธ์ของ SolidWorks Simulation จะเป็นสีบนชิ้นงานและแถบสีเพื่อบอกว่าสีอะไรมีค่าเท่าไรบ้าง  ซึ่งค่าเริ่มต้นของโปรแกรมเวลาแสดงแถบสีจะมีตัวเลขกำกับ  โปรแกรมจะแสดงตัวเลขในรูปแบบเลขคุณ 10 ยกกำลัง  ยกตัวอย่างเช่น เลข 200 จะแสดงเป็น 2e+002  ซึ่งตัว e หมายถึงคุณสิบยกกำลัง  และ+002 คือ เลขยกกำลัง 2

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งานอาจจะอ่านเลขแบบนี้แล้วไม่เข้าใจ  หรือถึงแม้เราจะอ่านเข้าใจแล้ว  แต่เวลาส่งผลลัพธ์ให้คนอื่นอ่าน  ผู้รับก็อาจจะไม่เข้าใจเช่นกัน  ดังนั้นในบทความนี้จะอธิบายถึงรูปแบบการแสดงตัวเลขแบบต่างๆ และวิธีการเปลี่ยนรูปแบบของตัวเลขที่กำกับบนแถบสี

รูปแบบการแสดงตัวเลขบนแถบสี  มีทั้งหมด 3 แบบคือ
  1. Scientific คือ การแสดงผลในรูปแบบคูณสิบยกกำลัง  เป็นค่าเริ่มต้นที่โปรแกรมจะใช้ในการแสดงผลลัพธ์
  2. Floating คือ การแสดงผลในรูปแบบจำนวนเต็ม  โดยสามารถกำหนดจำนวนทศนิยมได้
  3. General คือ การแสดงผลในรูปแบบจำนวนเต็ม  โดยสามารถกำหนดจำนวนตัวเลขในการแสดงผลได้ 
วิธีการเปลี่ยนหน่วยและการแสดงผล  แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
1. เปลี่ยนแปลงตัวเลขเฉพาะแถบสีที่ต้องการ
เนื่องจากผลลัพธ์ของ Simulation มีหลายค่า  ถ้าเราต้องการแสดงผลลัพธ์ Stress แบบ Floating และต้องการแสดงผลลัพธ์ Displacement แบบ Scientific ก็สามารถทำได้โดย
      - คลิกขวาที่ผลลัพธ์ที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีแสดงตัวเลข >> เลือก Chart Option
      - เลือกรูปแบบการแสดงตัวเลขที่ต้องการ
      - เลือก OK

2. เปลี่ยนหน่วยแบบถาวร 
เมื่อเปลี่ยนหน่วยด้วยวิธีนี้จะทำให้เวลาสร้าง Study ใหม่  หรือเลือกแสดงผลลัพธ์ใหม่  โปรแกรมจะใช้รูปแบบการแสดงตัวเลขที่เลือกไว้เป็นค่าเริ่มต้น  สามารถตั้งค่าได้โดย
     - ในเมนู Simulation >> เลือก Option
     - เลือกแถบ Default Options >> เลือกหัวข้อ Chart Option

สำหรับคนที่สนใจศึกษาวิธีการใช้โปรแกรม SolidWorks Simulation ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูงสามารถซื้อแผ่นสอน SolidWorks Simulation ไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้  ซึ่งแผ่นสอนที่ทาง Simulation Advise จัดจำหน่ายมีอยู่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเรื่องที่สนใจได้

รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์งานแบบ Dynamic

การวิเคราะห์ชิ้นงานส่วนใหญ่ที่ทำกันจะเป็นการวิเคราะห์แบบ Static ซึ่งหมายถึงการหาผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากที่ชิ้นงานทุกชิ้นอยู่ในสภาวะคงที่แล้ว  ซึ่งผลลัพธ์จะมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น  แต่การวิเคราะห์แบบ Dynamic คือการวิเคราะห์หาผลลัพธ์ในสภาวะไม่คงที่  ซึ่งผลลัพธ์จะมีหลายคำตอบขึ้นอยู่กับว่าดูผลลัพธ์ในช่วงเวลาไหนอยู่
ยกตัวอย่างเช่น มีก้อนน้ำหนักตกลงมาบนคานเหล็ก  ทำให้คานเหล็กโยกขึ้นลงจากแรงกระแทกของก้อนน้ำหนัก  การวิเคราะห์หาระยะที่คานโยกไปมาหรือระยะเวลาที่คานจะหยุดสั่นคือการวิเคราะห์แบบ Dynamic  แต่เมื่อคานโยกไปซักพักหนึ่งก็จะหยุดสั่นและคานก็จะงออยู่นิ่งๆ  การวิเคราะห์หาระยะที่คานงอตอนอยู่นิ่งๆคือการวิเคราะห์แบบ Static
ในโปรแกรม SolidWorks Simulation สามารถวิเคราะห์ได้ทั้ง 2 แบบ  โดยที่การกำหนดค่าเองก็สามารถ Copy ข้ามระหว่าง Study ได้  สำหรับวิธีการใช้งานฟังชั่น Dynamic สามารถศึกษาได้จากวีดีโอต่อไปนี้

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เปรียบเทียบผลลัพธ์จากการคำนวณมือกับ Flow Simulation

     หลายๆ คนที่เริ่มใช้งานโปรแกรม Simulation มักจะสงสัยว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้โปรแกรมจะถูกต้องหรือไม่  วิธีการที่ดีที่สุดที่จะตอบคำถามนี้ได้ คือ ให้เทียบผลการวิเคราะห์กับการทดลองจริง  โดยอาจจะนำงานที่ใกล้เคียงกับงานที่เราต้องการวิเคราะห์ซึ่งผ่านการทดสอบจริงมาแล้ว  มาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมเพื่อหาว่าการกำหนดค่าแบบใดจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด  จากนั้นพอมาวิเคราะห์งานที่เราต้องการจริงๆ ก็จะมั่นใจได้ว่าผลการวิเคราะห์ที่ได้นั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง

     ในบทความนี้จะเปรียบเทียบผลลัพธ์จากการคำนวณด้วยสูตรคำนวณ (ซึ่งสูตรที่เราใช้คำนวณมือกันอยู่ล้วนผ่านการพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริง) กับการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Flow Simulation โดยใช้ตัวอย่างงาน Manometer ที่ใช้สำหรับวัดความดันหรือความเร็วของของไหลด้วยการดูความแตกต่างของระดับน้ำในท่อ

ผลลัพธ์จากการคำนวณด้วยสูตร

มีขั้นตอนการคำนวณดังนี้
- หาความเร็วในท่อเล็ก(V2) จากข้อกำหนดที่ว่าของไหลไม่มีการอัดตัว  ดังนั้นอัตราการไหลในท่อใหญ่และท่อเล็กจะต้องเท่ากัน
- จากสมการของแบร์นูลลี่จะบอกได้ว่าความแตกต่างของแรงดันสถิตย์ (Static Pressure) ที่ตำแหน่ง 1 และ 2 จะมีค่าเท่ากับความดันที่ทำให้เกิดความแตกต่างของระดับน้ำ

ผลลัพธ์จาก Flow Simulation

     จะเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณด้วยสูตรกับ Flow Simulation ไม่ได้ตรงกัน 100%  เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความเรียบของผิวท่อ (สูตรคำนวณคิดว่าท่อเรียบลื่น  แต่ในความเป็นจริงหรือในโปรแกรมจะมองว่าผิวท่อทำให้ Flow ไหลช้าลง  ส่วนตรงกลางท่อจะไหลเร็วขึ้นเพื่อรักษาอัตราการไหล), ผลการทบจากโมเดล (ในโมเดลจริงมีท่อ Manometer ต่ออยู่กับท่อหลัก  ทำให้ความเร็วอากาศมีการสะดุดเมื่อผ่านรูท่อ Manometer) เป็นต้น  ดังนั้นจะเห็นว่าการใช้โปรแกรมช่วยจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เกิดจากปัจจัยเล็กๆน้อยๆที่การคำนวณด้วยสูตรมองข้ามไปด้วย  

     ในความเป็นจริงเองเราก็จะเจอกับผลลัพธ์จากการทดลองและการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมไม่ตรงกันเช่นกัน  เพราะมีปัจจัยต่างๆ ที่เราควบคุมได้ยากหรือควบคุมไม่ได้ (ถึงจะไม่เทียบกับโปรแกรม Simulation  แค่ทดลองหลายรอบหรือทดลองโมเดลเดียวกันแต่คนละชิ้น  ก็มักจะได้ผลการทดลองมีค่าไม่เท่ากัน  ทำให้เราต้องมีการทดลองหลายครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย) แต่อย่างน้อยผลลัพธ์ที่ได้ก็มีค่าใกล้เคียงความจริง  อย่างเช่นงานนี้ที่ผลลัพธ์จาก Simulation มีความคลาดเคลื่อนจากผลการคำนวณมือประมาณ 4% (คำนวณจาก (70.31-67.58)/67.58)

วิธีการใช้ Flow Simulation วิเคราะห์ Manometer


รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

การตรวจสอบการกำหนด Contact ด้วย Contact visualization plot


     การวิเคราะห์งานประกอบ (Assembly) หรือ Part แบบ Multibodyใน SolidWorks Simulation จะต้องบอกให้โปรแกรมทราบว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นงานประกอบกันแบบไหนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่า Mate ที่เรากำหนดไว้ในงาน Assembly จะไม่ถูกนำมาคิดใน Simulation (รูปแบบการประกอบหรือในโปรแกรมจะเรียกว่า Contact สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ "ชนิดของ Contact สำหรับวิเคราะห์งาน Assembly")

     สำหรับการประกอบหรือ Contact ที่โปรแกรมจะกำหนดมาให้แบบอัตโนมัตินั้นคือ Contact แบบ Bond ซึ่งชิ้นงานเชื่อมกันทั้งหมด แต่ถ้าหากเราต้องการกำหนด Contact บางตำแหน่งเป็นรูปแบบอื่น เช่น No penetration ก็สามารถใช้คำสั่ง Contact Set เพื่อกำหนด Contact เฉพาะจุดได้

     ปัญหาสำคัญสำหรับคนที่ต้องวิเคราะห์งานที่ประกอบกันเยอะๆ และมี Contact จำนวนมาก ได้แก่ ลืมไปว่าชิ้นงานส่วนไหนกำหนด Contact แบบไหนไปบ้าง, กำหนด Contact ตรงไหนไปแล้วบ้าง, Global Contact ที่โปรแกรมทำให้โดยอัตโนมัติมีตรงไหนบ้าง เป็นต้น ซึ่งใน SolidWorks Simulation เวอร์ชั่นก่อนๆ เมื่อพบปัญหาก็ต้องมาค่อยๆไล่ดู Contact Set ที่ทำไว้ทีละอันทำให้เสียเวลาในการแก้ไขมาก แต่ใน SolidWorks Simulation เวอร์ชั่น 2014 ได้เพิ่มฟังชั่น Contact visualization plot ที่ช่วยให้เรามองเห็นว่าส่วนใดมีการกำหนด Contact อะไรไปบ้างแล้ว

วิธีการใช้งาน Contact visualization plot


1. คลิกขวาที่ Connection >> Contact visualization plot

2. เลือกชิ้นงานที่ต้องการตรวจสอบ Contact หรือถ้าต้องการตรวจสอบทั้ง Assembly ก็เลือกชิ้นงาน Assembly >> เลือก Calculate

3. โปรแกรมจะแสดงสีบริเวณที่กำหนด Contact โดยแต่ละสีจะหมาบถึง Contact แต่ละแบบ

เมื่อเรามองเห็นตำแหน่งที่ยังไม่ได้กำหนด Contact หรือตำแหน่งที่กำหนด Contact ผิดก็จะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น


รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เทคนิคเตรียมโมเดลสำหรับการวิเคราะห์ Shell Mesh

การเตรียมโมเดลเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก  โดยมีจุดประสงค์เพื่อ
- ปรับโมเดลให้เหมาะสมต่อการสร้าง Mesh 
- ลดชิ้นส่วนหรือรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
- กำหนดหรือสร้างตำแหน่งที่จะกำหนดค่า เช่น Fixture, Load เป็นต้น
หากเราสามารถเตรียมโมเดลได้ดี  ก็จะทำงานวิเคราะห์ได้ง่าย  และได้ผลลัพธ์เร็วมากขึ้น (เพราะใช้ Mesh น้อยลง)
ในบทความนี้จะเน้นไปที่การปรับโมเดลที่มีความบางให้กลายเป็นชิ้นงาน Surface เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์งานแบบ Shell Mesh ได้ (อ่านเรื่อง Shell Mesh และความสำคัญของการใช้ Shell Mesh ได้ที่บทความ Mesh นั้นสำคัญไฉน)  โดยชิ้นงานที่จะทำเป็น Shell Mesh นั้นต้องมีความหนาเท่ากันทั้งชิ้นงาน  สำหรับวิธีการเตรียมโมเดลนั้นมีหลากหลายวิธีดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 : เปลี่ยนชิ้นงานจาก Solid Mesh เป็น Shell Mesh ใน Simulation Study Tree

วิธีนี้เหมาะสำหรับชิ้นงานจำนวนน้อยๆ เพราะเมื่อเปลี่ยนชิ้นงานแล้ว  เราจะต้องจำให้ได้ว่าเปลี่ยนชิ้นงานไหนไปแล้วบ้างและเปลี่ยนผิวไหนเป็น Shell Mesh  เพราะการกำหนดค่า Fixture, Force, Mesh จะต้องกำหนดที่ผิว  โดยมีวิธีเปลี่ยนชิ้นงานดังต่อไปนี้

- ใน Simulation study tree ให้คลิกขวาที่ชิ้นงานที่ต้องการเปลี่ยน >> เลือก Define shell by selected face
- คลิกเลือกผิวชิ้นงานที่เปลี่ยน (เลือกผิวแค่ด้านเดียว เช่น ถ้าเลือกผิวด้านนอก  ก็ต้องกำหนดผิวด้านนอกทั้งหมด)
- กำหนดความหนา  และระยะ Offset ให้ตรงกับชิ้นงานจริง
- เลือก OK 

วิธีที่ 2 : ใช้คำสั่ง Mid-surface

วิธีนี้เป็นการสร้าง Surface ขึ้นมาใหม่  โดยโปรแกรมจะให้เราคลิกเลือกผิวด้านหน้าและหลังของชิ้นงาน  จากนั้นโปรแกรมจะสร้าง Surface ขึ้นมาตรงกลางระหว่างผิวที่เราเลือก  ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะสำหรับชิ้นงานที่มีความหนาเท่ากันและมีผิวเป็นคู่หน้าหลัง  โดยมีวิธีการใช้งานคำสั่งดังต่อไปนี้

- ในเมนูเลือก Insert >> Surface >> Mid-Surface
- เลือกผิวคู่หน้าหลัง  ถ้าเลือกครบ 2 ผิวแล้ว  โปรแกรมจะสร้างคู่ผิวมาให้
- เลือกคู่ผิวทั้งหมดให้ครบ  และตรวจสอบว่าได้เลือกคำสั่ง Knit Surface อยู่
- เลือก OK  โปรแกรมจะสร้าง Surface ขึ้นมาให้ตรงกลาง
- ข้อแนะนำสำหรับวิธีนี้  เมื่อสร้าง Surface ขึ้นมาแล้ว  ควรลบ SolidBody ของชิ้นงานที่เปลี่ยนเป็น Surface เพื่อป้องกันการลืมว่าเราได้เปลี่ยนเป็น Surface แล้ว  และช่วยให้สะดวกเวลากำหนดค่าในงาน Simulation เพราะไม่ต้องมาเลือกชิ้นงาน SolidBody และ Exclude from analysis อีกทีหนึ่ง (เราต้องเอา SolidBody ออกเพราะเราจะวิเคราะห์เป็น Surface แทน)

วิธีที่ 3 : ใช้คำสั่ง Offset surface

วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่โปรแกรมจะให้เราเลือกผิวแค่ด้านเดียว  จากนั้นเลือกระยะที่ต้องการสร้าง Surface ห่างออกมาจากผิวที่เราเลือก  แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็ต้องการสร้าง Surface ที่ผิวนั้นๆ จึงมักจะเลือกระยะ Offset เป็น 0  สำหรับวิธีการใช้งานคำสั่งมีดังต่อไปนี้

- ในแถบ CommandManager หัวข้อ Surface >> เลือก Offset Surface
- เลือกผิวที่ต้องการเปลี่ยนเป็น Surface
- กำหนดระยะ Offset เป็น 0
- เลือก OK
- ข้อแนะนำสำหรับวิธีนี้เหมือนกับวิธีที่ 2 คือควรลบ SolidBody ที่สร้างเป็น Surface ไปแล้ว

หลังจากที่เตรียมชิ้นงานเสร็จแล้วก็เริ่มวิเคราะห์งานตามปกติได้เลย  สำหรับใครที่ใช้วิธีที่ 2 และ 3 ในตอนที่กำหนดค่าใน Simulation ก็ต้องไปกำหนดความหนาให้ชิ้นงาน Surface อีกทีนึงด้วยนะครับ

รับปรึกษา  สอน  วิเคราะห์งานด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : Simulation Adviser