วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ทำไมวิเคราะห์ Motion Analysis แล้ว Motor มีแรงเป็น 0 (How to define friction in Motion Analysis?)

มีคำถามที่หลายๆคนถามผมมาว่า  ทำไมลองวิเคราะห์ Motion แล้วแรงบิดของมอเตอร์ที่ใช้ถึงน้อยมากหรือบางทีก็เป็น 0 ไปเลย  จึงได้เรื่องมาเขียนเป็นบทความนี้ขึ้นมานะครับ

ขั้นแรกเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าแรงบิดที่มอเตอร์ต้องใช้เพื่อขยับระบบกลไกต่างๆ  จะต้องไปสู้กับแรงต่างๆ เช่น น้ำหนัก  แรงดัน  หรือแรงบิดที่มาจากภายนอก  และที่สำคัญที่สุดคือแรงเสียดทาน
แรงเสียดทานจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่มีทิศทางตั้งฉากกับผิวสัมผัส  ดังนั้นเราจะเห็นว่ายิ่งของหนัก  เราก็ต้องยิ่งออกแรงเพื่อสู้กับแรงเสียดทานมากขึ้น เช่น ออกแรงดันรถเก๋งกับรถบรรทุก  รถบรรทุกที่หนักกว่าก็ต้องใช้แรงเยอะกว่าถึงจะดันให้เคลื่อนที่ได้

คราวนี้เราลองมาดูในโปรแกรม SolidWorks กันบ้าง  สมมุติว่าเราจะเขียนโมเดลรถและถนน  จากนั้นก็เอามาประกอบกันใน Assembly โดยกำหนด Mate ระหว่างล้อรถกับพื้นถนนเพื่อให้ล้ออยู่ชิดกับถนนพอดี  ซึ่งการทำแบบนี้คือสาเหตุที่ทำให้มอเตอร์ที่เรากำหนดเพื่อดันรถมีค่าเป็น 0  เพราะว่าหากเรากำหนด Mate ที่จุดใดก็ตาม  ตรงจุดที่เรากำหนดนั้นจะมีค่าแรงเสียดทานเป็น 0 (ยกเว้นว่าเรากำหนดในฟังชั่น Mate ว่าให้คิดแรงเสียดทานด้วย)  พอไม่มีแรงเสียดทานทำให้เราแทบไม่ต้องออกแรง  เราก็สามารถดันรถให้เคลื่อนที่ได้

วิธีการแก้ไข

ผมขอแยกเป็น 2 กรณีดังนี้นะครับ
1. กรณีที่เราสามารถปิดคำสั่ง Mate และใช้การกำหนด Contact แทน
     - วิธีนี้จะได้ความแม่นยำมากที่สุด  เนื่องจากเราสามารถกำหนดค่าสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานสถิตย์(ค่าแรงเสียดทานตอนที่ชิ้นงานยังอยู่นิ่ง)  และแรงเสียดทานจลน์(ค่าแรงเสียดทานตอนที่ชิ้นงานเริ่มขยับไปแล้ว  ซึ่งปกติจะมีค่าน้อยกว่าค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานสถิตย์ นึกถึงตอนเข็นรถ  แรงที่ใช้เพื่อให้รถเริ่มเคลื่อนที่จะมากกว่าแรงที่ใช้ตอนรถขยับได้แล้ว)
     - ข้อดี คือ กำหนดได้ง่าย  และผลลัพธ์ค่อนข้างเสมือนจริง  เพราะโปรแกรมจะตรวจสอบจุดสัมผัสจริง
     - ข้อเสีย คือ จะใช้เวลาวิเคราะห์ค่อนข้างนาน  เพราะโปรแกรมต้องคอยตรวจสอบจุดที่ชิ้นงานสัมผัสกัน

2. กรณีที่เรากำหนดค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานที่คำสั่ง Mate
     - วิธีนี้จะกำหนดค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานได้แค่ค่าเดียว  ดังนั้นถ้าเรากำหนดค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานสถิตย์  ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ  มอเตอร์จะใช้กำลังมากกว่าความเป็นจริง(แต่ก็ถือเป็นข้อดี  เพราะมีการเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้)
     - ข้อดี คือ คำนวณได้เร็ว  เพราะในการกำหนดเราจะข้อมูลแต่ละอย่างเป็นตัวเลขไว้แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทานและพื้นที่ที่สัมผัส  ดังนั้นโปรแกรมจึงใช้การประมวลผลน้อยกว่าแบบแรก
     - ข้อเสีย คือ ต้องเข้าไปกำหนดใน Mate แต่ละอัน  ดังนั้นหากมี Mate จำนวนมาก  ก็ต้องใช้เวลาในการกำหนดค่าเยอะ

สรุปคือถ้าเราต้องการทราบแรงมอเตอร์ที่ต้องใช้งานจริงๆ  ก็จะต้องมีการคิดเรื่องแรงเสียดทานเข้าไปด้วย  โดยสำหรับบางงานเรื่องแรงเสียดทานเป็นเรื่องหลักที่เรามอเตอร์เราต้องออกแรงสู้ เช่น การหาขนาดของมอเตอร์สำหรับแท่นหมุน(ผมเจอคำถามงานนี้ค่อนข้างบ่อย)  การหาแรงผลักชิ้นงานให้เคลื่อนที่บนทางราบ  การหามุมเอียงที่ทำให้ชิ้นงานเริ่มเลื่อนไถลลงมา เป็นต้น  สำหรับเรื่องพวกนี้เราอาจจะต้องกำหนดแรงเสียดทานกันให้ครบ

แต่สำหรับงานบางอย่าง เช่น การหาแรงบิดมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนเกียร์ต่างๆ  การวิเคราะห์พวกแม่แรง(มีระบบกลไกเป็นตัวช่วย  ไม่ได้ใช้แรงมอเตอร์ไปยกชิ้นงานตรงๆ) ฯลฯ พวกระบบแบบนี้อาจจะไม่ต้องกำหนดแรงเสียดทาน  เพราะถ้าจะทำจริงอาจจะค่อนข้างเหนื่อยเพราะมีการจุดที่เรา Mate หลายๆจุดมาก  ผมแนะนำว่าให้เราคำนวณกำลังมอเตอร์ที่ใช้  แล้วค่อยคูณ factor เพื่อทดแทนแรงเสียดทานไป เช่น คำนวณจาก Motion Analysis พบว่าต้องใช้มอเตอร์กำลัง 100 W  เราอาจจะเผื่อไว้ว่ามีแรงเสียดทานอยู่ 20%  ดังนั้นเราต้องหามอเตอร์กำลัง 100X1.2 = 120 W มาใช้ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการใช้งานโปรแกรม SolidWorks Motion Analysis ก็สามารถสั่งซื้อแผ่นสอนไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้นะครับ

รายละเอียดในแผ่นสอน Motion Analysis คลิกที่นี่

แผ่นสอน SolidWorks Simulation อื่นๆ คลิกที่นี่

ขั้นตอนการสั่งซื้อ  คลิกที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพื่มเติมได้ที่
คุณพลวัฒน์ (บอล)  รับวิเคราะห์  ให้คำปรึกษา  และสอนโปรแกรม SolidWorks Simulation
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น