วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การแก้ปัญหา Add in Simulation หาย

ใครที่อัพเดตโปรแกรม SolidWorks หรือลงโปรแกรมใหม่ช่วงนี้อาจจะพบปัญหาที่พอเข้าไปใน Add in ของ SolidWorks แล้วพบว่า Add in ที่ควรจะมีให้เลือกไม่ว่าจะเป็น Simulation, Motion, Flow หรือแม้แต่ Addin ของทาง SolidWorks เองเช่น Photoview, ScanTo3D, Routiog ฯลฯ กลับหายไปหมดเลย  เราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรลองมาดูกันนะครับ

สาเหตุของปัญหา

ปัญหานี้เกิดจากตัวอัพเดตของ Windows ชื่อ KB3072630 ถ้าหากเครื่องของใครลงตัวอัพเดตนี้ไปแล้ว  จากนั้นค่อยมาลงโปรแกรม SolidWorks ทีหลังจะเจอปัญหา Add in หายไปนะครับ  วิธีการตรวจสอบว่าเครื่องของเราลงตัวอัพเดตนี้หรือยังก็ให้เข้าไปที่ Control Panel >> Programs ans Features และดูตามภาพได้เลย

วิธีแก้ปัญหา

1. Uninstall โปรแกรม SolidWorks ออกก่อน(สำหรับคนที่ลงโปรแกรมและเจอปัญหานี้ไปเรียบร้อยแล้ว)
2. หลังจากลบโปรแกรม SolidWorks ออกแล้ว  หรือใครที่ยังไม่ได้ลงโปรแกรมก็ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลยคือ  โหลดไฟล์สำหรับปิดการทำงานของตัว KB3072630 ที่นี่
3. แตกไฟล์ Zip ที่ดาวน์โหลดมา  จะเจอไฟล์ 2 อันดังรูป
4. ดับเบิ้ลคลิกที่ "before_install_KB3072630"  จากนั้นตอบ Yes เพื่อปิดการทำงานของตัวอัพเดตนี้ก่อน
5. ลงโปรแกรม SolidWorks ตามปกติ
6. กลับมาที่ไฟล์ Zip ที่แตกไว้  ดับเบิ้ลคลิกที่ "After_install_KB3072630"  จากนั้นตอบ Yes เพื่อเปิดการทำงานของตัวอัพเดตอีกครั้ง
เพียงเท่านี้โปรแกรม SolidWorks ก็จะกลับมามี Add in ตามปกติอีกครั้ง

สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้โปรแกรม SolidWorks Simulation ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง  สามารถสั่งซื้อแผ่นสอนไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้
ดูรายละเอียดของแผ่นสอน  คลิกที่นี่
ดูขั้นตอนการสั่งซื้อ  คลิกที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพื่มเติมได้ที่
คุณพลวัฒน์ (บอล)  รับวิเคราะห์  ให้คำปรึกษา  และสอนโปรแกรม SolidWorks Simulation
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ขอบเขตความสามารถของ Flow Simulation

โปรแกรม SolidWorks Flow Simulation ถูกออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน  ทำให้ในบางครั้งหรือบางงานอาจจะตอบโจทย์งานวิเคราะห์ได้ไม่หมด  เนื่องจากยังไม่มีสมการที่จะคำนวณในปัญหานั้นๆได้

ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่างานอะไรบ้างที่ SolidWorks Flow Simulation ไม่สามารถทำได้ (ขอบอกสิ่งที่ทำไม่ได้ละกันนะครับ  เพราะสิ่งที่ทำได้มันเยอะมาก)

1. ไม่สามารถวิเคราะห์งาน Free Surface ได้ (Update : SolidWorks Flow Simulation 2018 ขึ้นไปสามารถวิเคราะห์งาน Free surface ได้แล้ว)

งานที่ของไหลคนละสถานะสัมผัสกันโดยตรง เช่น ผิวน้ำทะเล  เราไม่สามารถวิเคราะห์ดูคลื่น  หรือดูน้ำกระเซ็นออกมาจากผิวน้ำได้  แต่ถ้าของไหลคนละสถานะ  มีโมเดลที่ Solid มาคั่นกลาง เช่น Heat Exchanger ที่มีการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างน้ำและอากาศ  ของไหลทั้ง 2 อย่างมีการไหลอยู่คนละท่อ  ดังนั้นผิวของของไหลทั้งสองไม่ได้สัมผัสกันโดยตรง  จึงสามารถวิเคราะห์ได้

2. ไม่สามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนสถานะได้

ในบางครั้งงานของเราอาจจะได้รับความร้อนจนของแข็งหลอมเหลวเป็นของเหลว  หรือของเหลวกลายเป็นไอ  เราจะไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยตรงว่าของไหลของเรามีการหลอมเหลวหรือระเหยไปเท่าไรแล้ว  แต่เราสามารถคำนวณคร่าวๆได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนสถานะหรือไม่โดย
- ของเหลวกลายเป็นไอ  ดูค่าเอนโทรปีของของไหลที่เราวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกราฟในการเปลี่ยนสถานะ (ขอพูดเป็นคอนเซ็ปการใช้งานนะครับ  ใครต้องเรารู้วิธีใช้แบบจริงจังก็ลองศึกษาเรื่อง Heat Transfer กันดู)
- ของแข็งเป็นของเหลว  ค่าวัสดุของของแข็งใน Flow Simulation  จะมีช่องให้กำหนดอุณหภูมิหลอมเหลวเอาไว้ด้วย  ถ้าเราวิเคราะห์งานไปแล้วโปรแกรมพบว่าเกิดความร้อนสูงกว่าที่กำหนดในค่าวัสดุ  โปรแกรมจะมีการเตือนขึ้นมาเองว่าชิ้นงานของเราหลอมเหลวแล้ว

3. ไม่สามารถวิเคราะห์ชิ้นงานที่มีการเคลื่อนไหวได้
ถ้าในขณะที่วิเคราะห์ของไหลมีชิ้นงาน Solid ที่ขยับอยู่  เราจะไม่สามารถวิเคราะห์งานลักษณะนี้ได้  ยกเว้นชิ้นงานนั้นมีการเคลื่อนที่แบบหมุน  ยกตัวอย่างเช่น
- วิเคราะห์น้ำมันไหลไปมาในโช้คน้ำมัน  แบบนี้ทำไม่ได้
- วิเคราะห์กังหันลมว่า  ถ้าความเร็วลมเท่านี้  กังหันจะหมุนด้วยความเร็วเท่าไร  แบบนี้ทำไม่ได้ (ถึงแม้จะเป็นชิ้นงานหมุน  แต่การดูพฤติกรรมของ Solid ว่าเคลื่อนที่ไปอย่างไรถ้ามีของไหลมาดัน  ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้)
- วิเคราะห์ใบพัดของปั๊มน้ำว่า  ถ้าใบพัดหมุนด้วยความเร็วเท่านี้  จะสร้าง Volume Flow Rate ได้เท่าไร  แบบนี้ทำได้  (เรากำหนดความเร็วในการหมุนเอง)


4. ไม่สามารถวิเคราะห์ปฎิกริยาเคมีได้  ถ้าของไหลที่ไหลเข้ามาผสมกันแล้วมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสารอื่นๆ  หรือเกิดเผาไหม้  เป็นต้น  ลักษณะงานแบบนี้ยังวิเคราะห์ใน Flow Simulation ไม่ได้

หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจถึงขอบเขตความสามารถของ Flow Simulation กันนะครับ  ถ้างานของใครที่เกินความสามารถของ Flow Simulation ก็อาจจะต้องลองหาโปรแกรมอื่นๆดู  แต่ถ้างานของเราสามารถวิเคราะห์ด้วย Flow Simulation ผมก็แนะนำว่าเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ใช้งานได้ง่ายและเหมาะแก่การเริ่มต้นศึกษาการวิเคราะห์ CFD

หากใครสนใจศึกษาเรื่อง Flow Simulation เพิ่มเติมก็สามารถสั่งซื้อแผ่นสอนเพื่อนำไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้นะครับ
รายละเอียดแผ่นสอน Flow Simulaiton คลิกที่นี่
แผ่นสอน SolidWorks Simulation อื่นๆ คลิกที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพื่มเติมได้ที่
คุณพลวัฒน์ (บอล)  รับวิเคราะห์  ให้คำปรึกษา  และสอนโปรแกรม SolidWorks Simulation
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เทคนิคคลิกมุมอับ (How to used select other)

เคยมั๊ยครับ  เวลาต้องการคลิกผิวบางผิว  หรือคลิก Body บางอัน  แต่จุดที่ต้องการคลิกกลับถูกซ่อนอยู่ด้านหลังชิ้นงานอื่นๆ  หรือไม่ก็ผิวที่ต้องการคลิกเป็นผิวที่สัมผัสกับชิ้นงานอื่น ทำให้ไม่ว่าจะหมุนชิ้นงานให้อยู่ในมุมไหนๆ ก็ไม่สามารถคลิกเลือกผิวที่ต้องการได้  บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อบอกถึงเทคนิคให้เราสามารถเลือกผิวไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ

เทคนิคการเลือกผิวหรือชิ้นงานใดๆ ที่จะนำเสนอมีอยู่ 3 แบบ

1. การใช้ Section View  

สำหรับวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ Basic สุดๆ เพราะทุกๆคนน่าจะเคยใช้กันมาบ้าง  แต่อาจจะนึกไม่ถึงว่าสามารถนำมาประยุกต์เพื่อให้เราคลิกผิวที่อยู่ด้านในของชิ้นงานได้  เช่น ถ้าใครวิเคราะห์พวกถังรับแรงดันจะต้องคลิกที่ผิวด้านในถังเพื่อกำหนดแรงดัน  เราก็สามารถใช้ Section View เพื่อช่วยในการกำหนดค่าได้

2. การกำหนดความโปร่งใส Transparency


บางครั้งโมเดลที่เราวาดก็จะมีกล่องครอบอยู่  ทำให้เรามองไม่เห็นด้านใน  และคลิกเลือกผิวต่างๆได้ลำบาก  การกำหนดให้ชิ้นงานโปร่งใสจะช่วยให้เราคลิกทะลุผิวที่โปร่งใส  ไปเลือกผิวที่อยู่ด้านในได้แทน

3. การใช้คำสั่ง Select Other

สำหรับผม  คำสั่งนี้คือตัวช่วยสำคัญที่สุด  เพราะทำให้เราสามารถเลือกผิวหรือชิ้นงานใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ตาม  โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาเตรียมโมเดลก็ก่อน(2 วิธีด้านบนจะต้องเตรียมทำ Section View หรือไม่ก็ทำให้ชิ้นงานโปร่งใสก่อน)  และที่สำคัญคือบางงานเราก็ใช้ 2 วิธีด้านบนเพื่อเลือกผิวไม่ได้ด้วย


วิธีการใช้งาน คือ
- เข้าไปที่คำสั่งที่เราต้องการกำหนดค่า เช่น จะกำหนดให้ชิ้นงานมีการเชื่อมกัน(Bond) ก็เข้าไปที่ Connection, จะใส่แรงก็เข้าไปที่คำสั้ง Force ฯลฯ
- เอา Cursor ไปชี้ตรงตำแหน่งผิวที่เราต้องการคลิกเลือก  (ผิวที่เราต้องการอาจจะโดนบังอยู่  แต่ก็ไม่เป็นไร  ให้ Cursor อยู่ที่ตำแหน่งนั้นๆก็พอ)
- คลิกขวา >> เลือก Select Other
- โปรแกรมจะปรากฎหน้าต่างเพื่อบอกว่า  ตำแหน่งที่ Cursor อยู่  สามารถเลือกผิวใดได้บ้าง  โดยผิวที่อยู่ในหน้าต่างจะเป็นผิวที่ถูกซ่อนอยู่ด้านหลังทั้งหมด  เราก็สามารถเลือกผิวที่ต้องการโดยเลื่อน Cursor ไปชี้ที่ผิวต่างๆ เพื่อหาผิวที่ต้องการได้เลย
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งาน Simulation ทุกๆท่านทำงานได้สะดวกมากขึ้นนะครับ  สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้การใช้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปถึงขั้นสูง  รวมถืง Tip เทคนิคต่างๆ ก็สามารถสั่งซื้อแผ่นสอนไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้  โดยในแผ่นสอนจะมีทั้งวีดีโอเป็นภาษาไทยและไฟล์โมเดลให้ลองทำตาม  และเนื้อหาที่สอนจะเป็นไปตามหลักสูตร Training ของบริษัท SolidWorks โดยตรงครับ

ดูรายละเอียดแผ่นสอน SolidWorks Simulation คลิกที่นี่

รับสอนหรือปรึกษาการใช้งาน SolidWorks Simulation 
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การตรวจสอบการกินเนื้อของโมเดลเพื่อสร้าง Mesh (How to check interference?)

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Mesh Error ไปแล้วว่า  สาเหตุที่ทำให้เราสร้าง Mesh ไม่ได้เกิดจากอะไรได้บ้าง  แต่ในบทความนี้จะขอเจาะลึกถึงเทคนิค  วิธีการตรวจสอบโมเดลที่มีปัญหาชิ้นงานกินเนื้อกันโดยเฉพาะ
 ลักษณะของชิ้นงานที่กินเนื้อกันจะมีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆคือ
1. เขียน Part เป็น Multi body  ในโปรแกรม SolidWorks Simulation จะมองว่าชิ้นงาน Part ที่เป็น Multibody มีค่าเท่ากับงาน Assembly  ดังนั้นการเขียน Part ให้กินเนื้อกันทำให้โปรแกรมสร้าง Mesh ไม่ได้
2. การประกอบ Assembly ทำให้ชิ้นงานกินเนื้อกัน

สาเหตุทั้ง 2 ข้อข้างต้นสามารถตรวจสอบได้โดยใช้คำสั่ง Interference Detection ดังรูป
**คำสั่ง Interference Detection จะมีใน Assembly เท่านั้น  ดังนั้นถ้าต้องการตรวจสอบจุดที่มีการกินเนื้อกันของ Part ที่เป็น Multibody จะต้องนำ Part นี้ไปเปิดใน Assembly ก่อนจึงจะใช้งานคำสังนี้ได้**



วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การหามุมบิดของชิ้นงาน

การวิเคราะห์เพื่อหาระยะที่ชิ้นงานบิดงอด้วยโปรแกรม SolidWorks Simulation ผลลัพธ์ที่ได้อันดับแรก (ถ้าไม่ได้แก้ไขการแสดงผลลัพธ์อะไรก่อนที่จะ Run) คือค่า Displacement แบบ URES หรือแปลเป็นไทยง่ายๆคือระยะขจัดนั่นเอง  แต่ถ้าเราต้องการดูว่าชิ้นงานมีการงอไปทางแกน X หรือ Y หรือ Z ก็สามารถทำได้เช่นกัน  โดยเข้าไปเพิ่มชนิดของผลลัพธ์ดังภาพ
แต่งานบางงานที่ชิ้นงานได้รับแรงบิดหรือมีแรงเยื้องจากจุดศูนย์กลางไป  ทำให้ชิ้นงานถูกบิดหมุนรอบแกน  ผลลัพธ์ที่เราต้องการอาจจะเป็นมุมที่ชิ้นงานถูกบิดไป  หรือชิ้นงานที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก  ผลลัพธ์ได้รับแรงกดหรือแรงดัน เช่น ถังความดัน เป็นต้น  ผลลัพธ์ที่เราต้องการก็คือระยะยุบหรือขยายตัวของถัง  ซึ่งผลลัพธ์ที่เราต้องการคงไม่ใช่การดูทิศทางตามแนวแกน XYZ

ในโปรแกรม SolidWorks จึงมีวิธีการเปลี่ยนแนวแกนสำหรับดูผลลัพธ์แบบยุบตัวตามแนวรัศมี  หรือมีการบิดไปเป็นระยะเท่าไร  โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. สร้างแกนอ้างอิงที่ตำแหน่งจุดศูนย์กลางของการหมุน
2. เข้าไปแก้ไขการแสดงผล Displacement โดยคลิกขวาที่ผลลัพธ์ Displacement >> Edit Definition   หรือสร้างผลลัพธ์ Displacement อันใหม่ก็ได้  เสร็จแล้วตั้งค่าตามรูปด้านล่าง
- Ux  จะเปลี่ยนเป็นการดูระยะยุบหรือขยายตามแนวรัศมี  ถ้ายุบจะมีค่าเป็นลบ  ถ้าขยายจากจุดเดิมจะมีค่าเป็นบวก
- Uy จะเปลี่ยนเป็นระยะการบิดตัวตามแนวรัศมี  ซึ่งทิศทางที่เป็นบวกจะเป็นไปตามกฎมือขวา (ใช้มือขวา  นิ้วหัวแม่มือชี้ไปตามทิศทาง Uz  จากนั้นนิ้วมือที่เหลือ 4 นิ้วสามารถหุบพับไปทิศทางไหน  ทิศทางนั้นมีค่าเป็นบวก)
- Uz เป็นระยะยืดหรือหดตามแนวแกน

ถ้าหากต้องการหามุมบิดของชิ้นงาน  เราจะต้องเอาผลลัพธ์ที่ได้มาคำนวณต่อตามภาพนี้
ตัวอย่างการคำนวณ

หวังว่าผู้อ่านทุกๆท่านจะได้นำไปใช้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ  สำหรับบทความนี้เป็นคำถามที่ผมได้รับมา  และได้ตอบให้กับผู้สอบถามไปแล้วจึงนำมาเขียนเป็นบทความเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่นๆได้รับประโยชน์ไปด้วย  ถ้าใครมีข้อสงสัยเรื่องอื่นๆก็สามารถสอบถามกันเข้ามาได้นะครับ

ส่วนใครที่ต้องการศึกษาโปรแกรม SolidWorks Simulation อย่างจริงจังแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี  ก็สามารถซื้อแผ่นสอนไปเรียนรู้ด้วยตัวเองได้  เพราะเนื้อหาในแผ่นสอนได้อธิบายตั้งแต่ทฤษฎีและการเริ่มต้นใช้งาน เพื่อให้ผู้ที่ไม่เคยทำงานวิเคราะห์มาก่อนสามารถเรียนรู้เข้าใจได้  ไปจนถึงการใช้งานระดับสูงเพื่อวิเคราะห์งานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ดูรายละเอียดแผ่นสอน SolidWorks Simulation คลิกที่นี่

รับสอนหรือปรึกษาการใช้งาน SolidWorks Simulation 
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Simulation Xpress คืออะไร? ต่างกับ Simulation ปกติอย่างไร ?

ในโปรแกรม SolidWorks ได้แบ่ง Package ของโปรแกรมออกเป็นส่วนของ SolidWorks สำหรับเขียน CAD และ Package ของ Simulation สำหรับวิเคราะห์ CAE ดังนี้ (ในโปรแกรม SolidWorks ยังมีฟังชั่นเสริมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น SolidWorks Electrical, SolidCam, Composer ฯลฯ แต่ใน Blog นี้จะขอพูดเรื่อง Simulation เป็นหลักนะครับ)


จากรูปด้านบนจะเห็นว่าฟังชั่น Simulation มีการแยกต่างหากออกมา  และมีหลาย Package ให้เราเลือกใช้ได้ตามงานที่เราต้องการ  แต่ SimulationXpress ที่จะขอกล่าวถึงในบทความนี้  เป็นเสมือนตัวทดลองใช้ให้เราได้ลองใช้งาน Simulation กับแบบง่ายๆ ซึ่งฟังชั่นนี้จะอยู่ใน Package SolidWorks Standard (เป็น Package เริ่มต้นของ SolidWorks เลย) ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดหลายๆอย่างเมื่อเทียบกับ Simulation ตัวเต็มที่เป็น Package ต่างๆ ดังนี้

ความสามารถของ SimulationXpress VS Simulation Linear Static

1. วิเคราะห์ได้แค่ความแข็งแรงเท่านั้น (เหมือนฟังชั่น Static แต่ความสามารถอาจจะน้อยกว่า)
2. วิเคราะห์ได้แค่ Part ชิ้นเดียวเท่านั้น (ใช้กับ Assembly หรือ Part ที่มีการเขียนเป็น Multi body ไม่ได้)
3. การกำหนด Fixture (จุดจับยึด) ทำได้แบบเดียว คือ การยึดแน่อยู่กับที่ (ฟังชั่น Static สามารถจับยึดได้หลายแบบ เช่น ยึดชิ้นงานแกนหมุน  ยึดแบบให้ชิ้นงานสไลด์ไปมาบนผิวที่กำหนด เป็นต้น)
4. กำหนด Load (แรงกระทำ) ได้แค่ Force และ Pressure (ฟังชั่น Static มีแรงกระทำหลายแบบ เช่น แรงเหวี่ยง  แรงโน้มถ่วง  แรงแบบ Bearing ฯลฯ)
5. สร้าง Mesh แบบ Standard เท่านั้น (ฟังชั่น Static จะมี Mesh แบบ Curvature ซึ่งช่วยให้การสร้าง Mesh สำหรับชิ้นงานที่มีส่วนโค้งหรือรูเจาะเล็ก ทำได้ง่ายและดีขึ้น)
6. วิเคราะห์ Mesh ชนิด Solid Mesh ได้เท่านั้น (ฟังชั่น Static จะมี Mesh 3 ชนิด คือ Solid, Shell และ Beam เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละแบบ  ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่บทความนี้)
7. ผลลัพธ์ที่ดูได้มีจำกัด  และไม่สามารถดูผลเชิงลึกได้ (เช่น เปลี่ยนหน่วยไม่ได้  วัดค่าแต่ละจุดไม่ได้  ตัด Section ไม่ได้ เป็นต้น  )
    - ค่า Stress ดูได้แค่ Von Mises Stress
    - ค่า Displacement ดูได้แค่ระยะขจัด
    - ค่า Factor of safety ดูได้แค่มีบริเวณไหนบนชิ้นงานมีค่าต่ำกว่าที่กำหนด เช่น ให้โปรแกรมแสดงว่าบริเวณไหนมี Factor of safety ต่ำกว่า 2  โปรแกรมจะแสดงผลเป็นสีแดงที่บริเวณค่าต่ำกว่า 2  ส่วนที่เหลือจะเป็นสีน้ำเงินทั้งหมด  (ฟังชั่น Static สามารถไล่เฉดสีได้ว่าตำแหน่งไหนบนชิ้นงานมีค่า Factor of safety เท่าไรบ้าง)

ถ้าใครที่ต้องการวิเคราะห์งานง่ายๆ ก็อาจจะลองใช้ SimulationXpress ดูได้นะครับ  โดยการใช้งาน SimulationXpress สามารถเข้าไปใช้งานได้ที่แถบ Evaluate (ก่อนใช้งาน SimulationXpress ต้องปิด Add-in Simulation ตัวเต็มก่อนนะครับ)


สำหรับคนที่ใช้ SolidWorks Version 2015 ขึ้นไป  ทาง SolidWorks อาจจะขอเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน  ทำให้ต้องมีการขอรหัส Activate ก่อนนะครับ  แต่ก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไร  เราสามารถทำตามขึ้นตอนต่อไปนี้ได้เลย (ส่วนคนที่ใช้ Version เก่า ก็ไม่ต้องทำตามขึ้นตอน  สามารถใช้งานได้เลยครับ)







แต่ถ้าใครต้องการผลลัพธ์หรือการวิเคราะห์ที่มากกว่านั้นก็ต้องใช้ Simulation ตัวเต็มกัน  ซึ่งผู้ที่สนใจศึกษาก็สามารถเรียนรู้จากแผ่นสอน SolidWorks Simulation ได้

ดูรายละเอียดแผ่นสอน SolidWorks Simulation คลิกที่นี่

รับสอนหรือปรึกษาการใช้งาน SolidWorks Simulation 
คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel. 087-489-7265
Line ID : ballastro
E-mail : sim.adviser@gmail.com
FB : SolidWorks Simulation Adviser


วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

DVD Training Simulation Professional


ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนบทความใหม่ๆมากนัก  แต่ไม่ได้หายไปไหนนะครับ  เนื่องจากว่าตอนนี้กำลังเร่งทำแผ่นสอน SolidWorks Simulation Professional อยู่  ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ต่อยอดมาจากแผ่นสอน SolidWorks Simulation Linear Static ที่เป็นพื้นฐานการวิเคราะห์ความแข็งแรงของชิ้นงาน  โดยเนื้อหาในแผ่นสอนจะแบ่งเป็นเรื่องหลักๆดังนี้

1. การวิเคราะห์หาความถี่ธรรมชาติของชิ้นงาน (Frequency Analysis) ซึ่งใช้สำหรับประเมินความเสียหายจากการสั่นสะเทือนว่ามีโอกาสที่ชิ้นงานของเราจะสั่นรุนแรงหรือไม่

2. การวิเคราะห์การโก่งเดาะ (Buckling)  สำหรับงานโครงสร้างหรือมีผนังบาง  ชิ้นงานมีโอกาสที่จะเกิดการโก่งงอเมื่อได้รับแรงกด  เราก็ต้องวิเคราะห์หาการโก่งเดาะกันด้วย

3. การวิเคราะห์ความร้อน (Thermal Analysis) สามารถดูการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้น  และนำความร้อนไปหาค่า Thermal Stress ได้

4. การวิเคราะห์ความล้า (Fatigue)  คือการหาอายุการใช้งานของชิ้นงานที่เราออกแบบว่าจะสามารถรับแรงได้กี่ครั้งจึงจะเริ่มเกิดความเสียหาย

5. การหาขนาดที่เหมาะสมของชิ้นงาน (Optimization)  คือฟังชั่นในโปรแกรม SolidWorks Simulation ที่ช่วยในการออกแบบเพื่อหาว่า  ชิ้นงานของเราควรมีขนาดเท่าไร  หรือรูปร่างแบบไหน  จึงจะสามารถนำไปใช้งานตามที่เราต้องการได้  โดยโปรแกรมจะช่วยหาขนาดให้เราเองโดยอัตโนมัติ

ผมขอเกรินเนื้อหาในแผ่นไว้คร่าวๆ เท่านี้ก่อนนะครับ  สำหรับใครที่สนใจเตรียมตัวรอได้เลย  ไม่เกินสิ้นเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน

สอบถามรายละเอียดแผ่นสอน SolidWorks Simulation อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่

คุณพลวัฒน์ (บอล)
Tel : 087-489-7265
Line : ballastro
FB : SolidWorks Simulation Adviser